ใครชอบทานของหวานยกมือขึ้น! (พรึ่บ!) ฉันคนหนึ่งที่ชอบทานของหวานโดยเฉพาะ ลอดช่อง ชอบอารมณ์ตอนที่ตักเข้าปาก จะได้กลิ่นอายของความเป็นไทย  โดยเฉพาะรสชาติน้ำกะทิที่อบด้วยกลิ่นควันเทียนอันหอมละมุน  ความเย็นของน้ำแข็งบดละเอียดความนุ่มลิ้นของแป้งข้าวเจ้าชั้นดีผสานเป็นเนื้อเดียวกับกลิ่นใบเตย…ว่าแล้วขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ยังอยากไปหาซื้อมากินดับกิเลสสักถ้วย
    วันหนึ่งฉันมีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัด  แม่เดินยิ้มบานอวดฟันปลอมมาหา  พลางบอกว่าวันนี้จะโชว์ฝีมือการทำลอดช่องให้รับประทาน
    เท่าที่พอรู้สูตรการทำลอดช่องโดยทั่วไปจะประกอบด้วย  น้ำปูนใส  แป้งข้าวเจ้า น้ำใบเตย น้ำตาลมะพร้าว หัวกะทิ  เกลือป่นเล็กน้อย  เทียนอบขนม  ครั้นอุปกรณ์ครบก็จัดแจงละลายแป้งกับน้ำปูนใส แช่ไว้จนปูนรัดตัวกับแป้ง แล้วคั้นน้ำใบเตยเทลงไปในแป้งให้เป็นสีเขียวหอมกรุ่นกลิ่นใบเตย นำไปกวนบนไฟอ่อน ๆ ให้ข้นจนได้ที่ จากนั้นก็นำไปกดลงในที่กดลอดช่องปล่อยลงมาให้เป็นตัว ๆ เหมือนลูกอ๊อด รองรับด้วยน้ำเย็นธรรมดา  ตักใส่ถ้วยราดด้วยกะทิ…จบกระบวนการ
    แต่แม่ของฉัน  แม่ผู้ใช้ปรัชญาแห่งความเชื่อมั่นในตัวเอง Believe it herself ไม่สนใจใฝ่รู้ในทฤษฎีใด ๆ ใช้สูตร GU RU (KU RU กูรู้)  ของแม่อันมีอยู่ว่า นวดแป้งข้าวเจ้ากระหน่ำน้ำใบเตยลงไปอย่างไม่ปราณีเติมน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟให้น้ำร้อนจัดจนเดือดพล่าน ตักแป้งที่กวนแล้วลงไปบนเครื่องกด ตัวแป้งค่อยๆไหลเลื่อนลงสู่น้ำเดือด   จากนั้นก็หาทัพพีที่เป็นรูจ้วงตักตัวลอดช่องออกมาจากหม้อ แล้วก็ต้องอุทานเป็นภาษาอาราเล่ย์ดังลั่น  โอ้โย๊ะโหย.-!!!

    ลอดช่องของแม่กลายเป็นพิมพ์เดียวกับก้นหม้อไปเสียแล้ว  แม่ยกแป้งที่เป็นรูปหม้อแผ่นกลมใหญ่สีเขียวขี้ม้านั้นออกมาใส่ลงไปในน้ำเย็น  มือขวาค่อย ๆ พยุงแป้งเอาไว้ จัดการหยิบมีดมา ซอยแผ่นแป้งที่กลายเป็นรูปหม้ออันหนาเตอะ ให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกเต๋าบ้าง สี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวๆคล้ายก๋วยเตี๋ยวเส้นปลาบ้าง  ตักแบ่งออกเป็นถ้วย ๆ  ตักกะทิใส่ เติมน้ำแข็งเกร็ดเข้าไป แล้วเสิร์ฟ  หน้าตาลอดช่องของแม่ ก็จะออกมาตามรูปร่างการซอย ออกรส แข็ง ๆ หนืด ๆ หลีกกันไปคนละทิศละทาง  จะออกหวานปนเฝื่อน บวกเค็มปะแล่ม ๆ….ใครที่ได้ทานลอดช่องฝีมือของแม่ก็จะทำหน้ามึนๆเหมือนโดนรถไฟฟ้าบีทีเอสทุ่มใส่หัวพลางเอ่ยถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขนมอะไร” ฉันก็จะบอกแทนแม่ด้วยการสร้างภาพแล้วตั้งชื่อให้เสียใหม่เป็นภาษาอังกฤษเสียเริ่ดหรูเปล่งเสียงออกมาด้วยสายตาที่เชื่อมั่นว่า“ขนมลองซ็อต (long shot)”  
    คำถามที่ตามมาก็คือ “ทำด้วยอะไร”  แม่ตอบหน้าตาเฉยด้วยเจนจัดในเรื่องธรรมะว่า “ใช้โยนิโสมนสิการทำ” คนถามทำหน้างงเป็นไส้เดือนถูกสะกิดด้วยปลายเสียม แม่เชิดหน้าอธิบายว่า  คือการใช้ความคิดถูกวิธี  รู้จักคิด  หรือคิดเป็น  คือมองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณา สืบสาวหาเหตุผล แยกแยะสิ่งนั้น ๆ หรือปัญหานั้น ๆ ออกให้เป็นตามสภาวะ ตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย จนเข้าถึงความจริง จากนั้นก็ต้องนำมาปรับใช้ จนเกิดประโยชน์ขึ้น แล้วจึงบริโภคโดยพิจารณา แม้จะใช้เวลาทำยาวนาน  พอออกมาหน้าตาก็ไม่เหมือนอย่างที่แม่ต้องการ แต่แม่ยอมรับในความสำเร็จ อาจจะผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงบ้าง (แต่ฉันว่าผิดมากโขอยู่)  เราต้องให้อภัยตัวเอง และคนกินก็ต้องมีเมตตา ก็จะเกิดรสชาติของความอร่อย แถมได้ลอดช่องสูตรใหม่  เป็นลอดช่องลองซอต…
    ใครสนใจสูตรนี้จะนำไปทำแม่บอกยินดี และไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ ส่วนรสชาติจะเป็นอย่างไร ก็ต้องปรับใจ ปรับความคิด มีจิตเมตตา แล้วจะรู้ว่าความอร่อยล้ำมันอยู่ที่ใจ ที่แน่ๆ ทุกอย่างในโลกนี้เกิดขึ้นได้เสมอ การทำใจ ปรับวิธีคิดด้วยเมตตาจิต จะทำให้เรามีความสุขอย่างไม่ต้องไปแสวงหาจากที่อื่นใด ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ใจเรานี่เอง

 

อ่านเพิ่มเติมในคอลัมน์ Living นิตยสาร Health & Cuisine ปีที่ : 10 ฉบับที่ : 114 เดือน : กรกฎาคม 2553